ThaiTecNews.com faccebook Twittter

ใครมีปัญหาต้องดู!! สำหรับ เคล็ดไม่ลับ วิธีเพิ่มสัญญาณ Wi-Fi ภายในบ้าน ให้เร็วแรง


โพสต์เมื่อ: 1 ก.ย 2561 เวลา 17:42:32 น. อ่าน: 126 ครั้ง
เรียกได้ว่าสมัยนี้แต่ละบ้านส่วนมากก็คงจะมีสัญญาณ  Wi-Fi อยู่แล้ว แต่บางทีก็กำลังที่จะประสบกับปัญหาของสัญญาณ Wi-Fi ภายในบ้านใช้งานได้ไม่ทั่วถึงหรือว่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตมีอาการติด ๆ ดับ ๆ  แต่วันนี้เรามีเคล็ดลับวิธีเพิ่มสัญญาณ Wi-Fi ภายในบ้านมาฝาก และสามารถนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้งานกับสถานที่อื่น ๆ ได้เช่นกันอย่าช้าเลยดีกว่าค่ะ เราไปชมวิธีพร้อมๆกันเลยดีกว่า!!



1. เลือกใช้เราเตอร์ให้เหมาะกับการใช้งาน 


         ปัจจุบันมีเราเตอร์มากมายหลายยี่ห้อให้เลือกใช้งาน แต่รู้หรือไม่ว่า เราเตอร์แต่ตัวจะมีกำลังการส่งสัญญาณไม่เท่ากัน โดยตัวเราเตอร์จะมีมาตรฐานการทำงานของระบบเครือข่ายไร้สาย (IEEE 802.11) เพื่อให้เข้ากับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่นำมาเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการส่งสัญญาณ Wi-Fi ที่ครอบคลุม ศึกษาเพิ่มเติมคลิกที่นี่ 

2. วางเราเตอร์ในตำแหน่งที่เหมาะสม 

          สัญญาณรบกวนเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ส่งผ่านเราเตอร์ทำงานได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นการติดตั้งเราเตอร์ควรเลือกพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณรบกวน และครอบคลุมพื้นที่ภายในบ้านมากที่สุด อาจจะเป็นตรงกลางบ้านและให้ห่างจากผนังบ้าน ไม่มีสิ่งกีดขวาง และอย่าลืมว่าเราเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่มีความร้อน ดังนั้นควรวางไว้ในที่ที่อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก และไม่ควรวางเราเตอร์ใกล้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ส่งสัญญาณรบกวนได้ เช่น โทรศัพท์บ้านแบบไร้สาย, ไมโครเวฟ และทีวี เป็นต้น 

3. เลือกช่องสัญญาณให้เหมาะสม 

          หากบ้านใกล้เรือนเคียงข้าง ๆ เรามีการใช้งานเราเตอร์ Wi-Fi อาจทำให้สัญญาณของเพื่อนบ้านถูกส่งมารบกวนสัญญาณอินเทอร์เน็ตจากเราเตอร์ของเราได้เพราะใช้ช่องสัญญาณเดียวกัน ทำให้เกิดปัญหาสัญญาณติด ๆ ดับ ๆ หรือสัญญาณอ่อน ดังนั้นวิธีการแก้ปัญหาให้ช่องสัญญาณ (Channel) เป็นช่องอื่น ๆ หรือตั้งค่าให้เราเตอร์ปรับอัตโนมัติเมื่อสัญญาณไปชนกับเราเตอร์ตัวอื่น วิธีการนี้สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากคู่มือที่ให้มากับเราเตอร์แต่ละรุ่น 

4. ปรับเสาอากาศให้อยู่ในทิศทางที่ต้องการ หรือเพิ่มขนาดเสาอากาศ

          การส่งสัญญาณของเราเตอร์ Wi-Fi ผ่านเสาอากาศนั้นจะกระจายสัญญาณแบบโดมครึ่งวงกลม หากเราต้องการให้ระยะการส่งสัญญาณที่ไกลขึ้น สามารถปรับเสาอากาศให้ชี้ไปยังทิศทางที่เราต้องการจะส่งผลให้การส่งสัญญาณทำได้ดีขึ้น หากใช้วิธีการปรับเสาอากาศแล้วยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้เปลี่ยนขนาดเสาอากาศให้มีขนาดสูงขึ้นเพื่อให้มีกำลังแรงส่งสัญญาณมากขึ้น 

5. ติดตั้ง Wireless Access Points

         ในกรณีที่บ้านมีหลายชั้นหรือต้องการส่งสัญญาณ Wi-Fi ในระยะไกล ๆ การติดตั้ง Wireless Access Points ด้วยการทำ Repeater จะช่วยเพิ่มระยะการส่งสัญญาณ Wi-Fi ให้ไกลขึ้นกว่าเดิม และสามารถติดตั้งตัวนี้โดยไม่ต้องเดินสายเพิ่ม เพียงแค่ติดตั้ง Access Points ที่มีโหมด Repeater ในจุดที่อยู่ระหว่างเราเตอร์และจุดที่ต้องการเพิ่มสัญญาณ เพื่อให้ส่งต่อสัญญาณไปยังจุดที่ต้องการ วิธีการตั้งค่าสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากคู่มือ
 
6. ตั้งรหัสผ่าน Wi-Fi 

         การตั้งรหัสผ่าน Wi-Fi ถือเป็นอีกเรื่องที่สำคัญ เพื่อป้องกันเพื่อนบ้านแอบใช้ Wi-Fi ควรตั้งรหัสผ่านก่อนเข้าใช้งาน Wi-Fi ควรใช้รหัสผ่านที่มีตัวเลขและตัวอักษรปะปนกัน ทำให้คาดเดาได้ยาก โดยการตั้งรหัสผ่านบนตัวเราเตอร์จะมีมาตรฐานความปลอดภัยและการเข้ารหัสข้อมูลที่สามารถเลือกกำหนดได้เอง ศึกษาเพิ่มเติมได้จากคู่มือการใช้งาน 

7. อัพเดทเฟิร์มแวร์ของเราเตอร์

         บางครั้งเฟิร์มแวร์ของตัวเราเตอร์ก็เป็นปัญหาทำให้การส่งสัญญาณผิดพลาดได้ ดังนั้นผู้ผลิตเราเตอร์หลายเจ้าถึงออกเฟิร์มแวร์เพื่อมาอัพเดทและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเราเตอร์ของตัวเอง รวมถึงปรับปรุงการทำงานต่าง ๆ ของเราเตอร์ให้ดีขึ้น สำหรับการอัพเดทเฟิร์มแวร์สามารถเข้าไปดูยังเว็บไซต์ผู้ผลิตเราเตอร์โดยตรง และอย่าลืมหมั่นตรวจสอบการทำงานของเราเตอร์อยู่เสมอ 

Tags:
ร่วมโหวตคะแนนให้เรื่องนี้ คะแนน 0.0 จาก 5 ผู้อ่าน 0 คน
HTML FOR SHARE ::
BB CODE FOR SHARE:

เรื่องแนะนำ

​เตือนภัย App หลอกลวงรูปแบบใหม่ App Store

การหลอกลวงรูปแบบใหม่บนAppStoreที่มีการเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีแต่กลับกลายเป็นว่ามีการเก็บค่าบริการแพงสูงถ

ฝากร้านถือว่าผิด!! พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ปรับไม่เกิน 2 แสน

งานเข้าพ่อค้าแม่ค้าในโลกออนไลน์เมื่อพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ใช้กฎหมายเพื่อป้องกันการก่อspamซึ่งการฝากร้านก็

5 นวัตกรรม สุดล้ำของกุญแจรถที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะทำได้

กุญแจรถยนต์ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่เราหลายๆคนมักพกติดตัวกันอยู่เสมอๆนอกจากที่มันจะเอาไว้สำหรับสตาร์ทรถยนต

เตือน!! ก่อนอัพเดท iOS 11 และไอโฟนรุ่นใดใช้ได้ รุ่นใดใช้ไม่ได้

เป็นเรื่องปกติที่ทางAppleจะมีการเปิดตัวiOSใหม่ๆเป็นประจำของทุกปีโดยล่าสุดได้มีการเปิดตัวiOS11ซึ่งเป็